หน้าหลัก
ประเทศไทย
ประชาสังคมไทย
ต่อต้านเสรีนิยมใหม่
สิ่งแวดล้อม
ต่อต้านสงคราม
รัฐก่อการร้าย
สงครามอิรัก
ภูมิภาค
VDO Clip
In Picture
ภูมิภาค
เหตุการณ์ทั่วไป
เอเซียใต้
เอเซียตะวันออก
เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ยุโรป
สหรัฐ
อัฟริกา
อัฟกานิสถาน
อิหร่าน
ลาติน อเมริกา
ตะวันออกกลาง
ปาเลสไตน์
พม่า
thaiindy.org หน้าหลัก News About Us contact us
thaiindy > ประเทศไทย > รายการ หน้าที่ 1

การเสียชีวิตของคุณปู่อายุ 61 ปีระหว่างการถูกควบคุมตัว หลังถูกจำคุก เพราะถูกกล่าวหาว่า ส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือสี่ฉบับ

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย, 9 พฤษภาคม 2555 : ผู้ชม 735

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (Asian Human Rights Commission: AHRC) ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ นายอำพล ตั้งนพกุล ซึ่งเสียชีวิตระหว่างอยู่ในเรือนจำ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 นายอำพล (หรือที่เรียกในครอบครัวว่า "อากง" และคนทั่วไปรู้จักว่า "อากง SMS") อายุ 61 ปี ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 20 ปี เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2554 ในคดีดำหมายเลขที่ 311/2554 ศาลอาญาลงโทษเขาตามความผิดสี่กระทงที่มีต่อมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เนื่องจากถูกกล่าวหาว่า ส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือสี่ฉบับ ไปให้กับ นายสมเกียรติ ครองวัฒนสุข เลขานุการส่วนตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือทั้งสี่ฉบับ มีเนื้อหาดูหมิ่นพระราชินีและถือเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียเคยตั้งข้อสังเกตเมื่อครั้งที่มีการตัดสินลงโทษนายอำพลแล้วว่า (AHRC-STM-180-2011) การสั่งฟ้องคดีนี้ ทำให้เกิดคำถามอย่างมากต่อความถูกต้อง ด้วยพยานหลักฐานสำหรับคดีประเภทนี้ และยังชี้ให้เห็นข้อบกพร่องของ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งครอบคลุมรูปแบบการสื่อสารทางอิเลคทรอนิกส์ทุกประเภท ไม่เพียงที่สื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์ อัยการยืนยันในหลักการว่า โทรศัพท์มือถือที่ใช้ส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือที่ผิดกฎหมายทั้งสี่ฉบับ มีหมายเลขรหัสประจำเครื่องหรือ IMEI (International Mobile Equipment Identifying) ตรงกับโทรศัพท์มือถือที่นายอำพลเคยใช้โทรหาลูกของตนเอง แม้ว่า นายอำพลยืนยันว่า ไม่เคยส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือดังกล่าว และไม่รู้จักวิธีส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือด้วยซ้ำไป แต่ศาลก็ตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลานานกับเขา

การเสียชีวิตระหว่างการถูกควบคุมตัวของ นายอำพล ตั้งนพกุล ยังทำให้เกิดคำถามและข้อกังวลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบยุติธรรมไทย นับแต่มีการสั่งฟ้องคดี เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2554 นายอำพลก็ถูกควบคุมตัวมาโดยตลอด ในช่วงที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา เขาเริ่มมีอาการมะเร็งในช่องปาก และในขณะนั้นยังได้รับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ เมื่อถูกควบคุมตัวทางทนายความของเขาจึงร้องขอการประกันตัวระหว่างที่รอการพิจารณาคดี แต่ศาลปฏิเสธคำขอ และได้ปฏิเสธคำขออีกเจ็ดครั้งก่อนการพิจารณาคดีจะเริ่มขึ้น และภายหลังมีการตัดสินลงโทษ ยังปฏิเสธคำขอประกันตัวในช่วงไม่กี่เดือนก่อนที่เขาจะเสียชีวิตด้วย

การปฏิเสธคำขอปล่อยตัวชั่วคราวของนายอำพลซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้เกิดคำถามอย่างมากต่อกระบวนการที่คลุมเครือ ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ใช้เพื่อพิจารณา ว่า จะให้หรือไม่ให้ประกันตัวสำหรับผู้ถูกควบคุมตัวที่อยู่ระหว่างรอการไต่สวน หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ในการขอประกันตัวครั้งสุดท้าย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ความเจ็บป่วยของนายอำพลซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่มีการขอประกันตัว “ไม่ถึงขั้นทำให้เสียชีวิต” ศาลไทยยังใช้เหตุผลแบบเดียวกันเพื่อปฏิเสธคำขอประกันตัวในคดีอื่นๆ ทั้งๆที่บางคดีมีเหตุผลอันชอบในแง่ความต้องการการรักษาพยาบาล อย่างเช่น กรณีของน.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล ซึ่งป่วยเป็นโรคขากรรไกรอักเสบ เมื่อพิจารณาถึงสภาพการรักษาพยาบาลที่ขาดแคลนในทัณฑสถานของไทย การปฏิเสธคำขอประกันตัวซ้ำแล้วซ้ำอีกในกรณีของนายอำพล ยิ่งสะท้อนให้เห็นความไม่ใส่ใจต่อสุขภาพของผู้ถูกควบคุมตัวในเรือนจำของไทย ในบรรดาบุคลากรของหน่วยงานตุลาการ

เนื่องจากการเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าใจของนายอำพลระหว่างอยู่ในเรือนจำ เกิดขึ้นภายหลังการปฏิเสธคำขอประกันตัวซ้ำแล้วซ้ำอีกในระหว่างที่มีการยื่นอุทธรณ์คดี และเมื่อพิจารณาถึงความรับผิดชอบของรัฐในการควบคุมตัวบุคคลที่ถูกปฏิเสธไม่ให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว รวมทั้งความรับผิดชอบที่จะให้บริการด้านสุขภาพที่จำเป็น คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยประกันว่า การชันสูตรพลิกศพ และการไต่สวนการตาย ในคดีนี้ ดำเนินไปอย่างเต็มที่และโปร่งใสตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่า นายอำพลได้ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลของเรือนจำเมื่อวันศุกร์ แต่เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดราชการจึงไม่ได้มีการตรวจโดยห้องทดลอง(ห้องแล๊บ) เรายังเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูล อย่างเต็มที่และโปร่งใส เกี่ยวกับระบบการรักษาพยาบาลในเรือนจำ มากกว่าข้อมูลที่มีอยู่ทั่วไป ทั้งนี้ โดยให้สอดคล้องกับมาตรฐานหลักเกณฑ์ขั้นต่ำ ว่าด้วยการปฏิบัติต่อนักโทษขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners) สำหรับการเสียชีวิตของนายอำพล เราขอเน้นย้ำและเรียกร้องรัฐบาลให้พิจารณาเนื้อหาในข้อ 22 (2) ของมาตรฐานดังกล่าวที่ระบุว่า

"นักโทษที่เจ็บป่วย ซึ่งต้องการการรักษาเฉพาะทาง ควรถูกส่งตัวไปยังหน่วยงานเฉพาะทางหรือโรงพยาบาลพลเรือน กรณีที่หน่วยงานควบคุมตัวมีบริการรักษาพยาบาล จะต้องมีการดูแลให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ ที่เหมาะสม ต่อการดูแลและรักษาพยาบาล นักโทษที่เจ็บป่วย และให้มีเจ้าหน้าที่ซึ่งผ่านการฝึกอบรมมาอย่างเหมาะสม” และข้อ 25(2) ที่ระบุว่า

“เจ้าหน้าที่ผู้รักษาพยาบาลจะต้องรายงานต่อผู้อำนวยการ กรณีที่เห็นว่า สุขภาพทางกายหรือใจของนักโทษ มีลักษณะหรืออาจได้รับผลกระทบอย่างมาก จากการถูกควบคุมตัวอย่างต่อเนื่อง หรือได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมใด ๆ ในระหว่างการควบคุมตัว”

สุดท้าย คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียขอเน้นย้ำเจตจำนง ที่แสดงไว้ในแถลงการณ์ฉบับก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลไทยควรพิจารณายกเลิก มาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา ที่กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี สำหรับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และเป็นกฎหมายที่เรียกร้องให้มีความจงรักภักดี อย่างไม่มีการตรวจสอบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในไทย และให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือผู้ต้องโทษในคดีเหล่านี้ทั้งหมด รวมทั้งผู้กระทำผิดตามมาตราที่เกี่ยวข้องในพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 นับแต่การทำรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี มีบทลงโทษที่หนักหน่วงเทียบได้กับผู้กระทำผิดด้านยาเสพติด และฆาตรกรรม การเสียชีวิตของ นายอำพล ตั้งนพกุล ระหว่างการถูกควบคุมตัว สะท้อนให้เห็นว่า ต้นทุนความจงรักภักดีมีราคาแพงเกินไป ดังเช่นชายคนนี้ที่ต้องจบชีวิตเพียงเพราะข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือสี่ฉบับ และครอบครัวก็ต้องสูญเสีย สามี พ่อ และปู่ ของเขาไป

# # #

เอเอชอาร์ซี: คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (Asian Human Rights Commission: AHRC) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนในระดับภูมิภาค ซึ่งทำงานเกี่ยวกับการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนในเอเชีย ออกเอกสารเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ และ สนับสนุนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และสถาบันยุติธรรม เพื่อให้แน่ใจว่า สิทธิมนุษยชนได้รับการคุ้มครองและส่งเสริม สำนักงานตั้งอยู่ที่ฮ่องกง โดยก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ.2527

ข่าวในหมวดเดียวกัน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ไม่รับคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งไต่สวนการตาย กรณีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตากใบ
คำพิพากษาที่สำคัญอย่างยิ่งในคดีที่เกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออก
กูเกิลแถลง “การคุกคามต่อระบบเศรษฐกิจอินเตอร์เน็ตที่มีศักยภาพของประเทศไทย”
การเสียชีวิตของคุณปู่อายุ 61 ปีระหว่างการถูกควบคุมตัว หลังถูกจำคุก เพราะถูกกล่าวหาว่า ส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือสี่ฉบับ
ความกังวลต่อความล่าช้าในการอ่านคำพิพากษาคดีอาญาต่อนักรณรงค์ด้านเสรีภาพสื่อ


ข่าวล่าสุด
> เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐเตือนเกี่ยวกับการโจมตีไซเบอร์ก่อวินาศกรรมขององค์กรธุรกิจ
> บรรษัทชนะ: ศาลฎีกาบอกว่า Monsanto มีสิทธิ ควบคุมชีวิตของสินค้า
> การต่อสู้เพื่อ 15 เติบโต: คนงานอาหารจานด่วนสไตร์คใน Detroit
> Stephen Hawking นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังร่วมคว่ำบาตรอิสราเอลทางวิชาการ
> หลายแสนคนทั่วฝรั่งเศสบอก Hollande: “กลับไปทางซ้าย”
> ด้วยการตาย 460 คนในเดือนเมษายน เป็นเดือนนองเลือดมากที่สุดในอิรักตั้งแต่ปี 2552
> ชาวอเมริกันบอกอย่างท่วมท้นว่า “ไม่” แทรกแซงทางทหารในซีเรีย
> Dislike: Zuckerberg กำลังถูกยิงเพราะส่งเสริมท่อ Tar Sands สกปรก
> นักเคลื่อนไหวสหรัฐเจ็บแค้นสิ่งที่เรียกว่า “กฎหมายปกป้อง Monsanto”
> ชิลีลุกขึ้นต่อต้านการแปรรูปน้ำประปาเป็นของเอกชน
> หลังการจับกุมมาราธอนบอสตัน: สหรัฐจะปฏิเสธสิทธิตามรัฐธรรมนูญในนามแห่งความกลัว?
> กลุ่มสิทธิถล่มสภาผู้แทนสหรัฐผ่าน CISPA กฎหมายบุกรุกความเป็นส่วนตัว
ข่าวที่ผู้ชมมากที่สุด
> กฎบัตรอาเซียน
> ประชาคมสังคมวัฒนธรรมอาเซียน
> ประชาคมอาเซียนที่มีความมั่นคงทางการเมือง
> ครบรอบการสังหารหมู่ที่ Kent State
> บล็อกเกอร์พูด - SOPA คือจุดจบของเรา
> ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
> เมื่อทหารสหรัฐออกจากอิรัก อะไรคือตำนานของสงครามแปดปี?
> เบนิโต มุสโสลินี อดีตสายลับของ เอ็มไอ5
> ความอดอยาก: ประเทศร่ำรวยที่สุดมีความผิดของการละเลย “willful”
> ความล้มเหลวของสมาคมอาเซียนในการแก้ไขข้อพิพาทไทย-กัมพูชาอย่างสันติยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงจุดอ่อนของอาเซียน
> มาเลเซียจับ 14 นักเคลื่อนไหว “Bersih”
> ติมอร์ตะวันออกยื่นสมัครเป็นสมาชิกอาเซียนแล้ว เผยอินโดฯ หนุน แต่หลายชาติค้าน