www.thaiindy.org

Rebuilding American Defense

6. การใช้จ่ายด้านกลาโหม

หน้าที่ 1 จาก 2

HOME

Rebuilding American Defense
คำนำ
Key Finding
1. ทำไมต้องทบทวน ด้านกลาโหม
2. สี่ภาระกิจสำคัญ
3. ปรับย้ายที่ตั้ง กำลังพลปัจจุบัน
4. สร้างหน่วยติดอาวุธวันนี้
5. สร้างกำลังรบหลัก ของวันพรุ่งนี้
6. การใช้จ่ายด้านกลาโหม
ผู้ร่วมโครงการ

 

หน้าที่ 1 2

อะไรคือราคาของความเป็นผู้นำทางภูมิรัฐศาสตร์ของอเมริกันโดยต่อเนื่อง และความเป็นเลิศทางทหาร ?

คำตอบโดยละเอียดอย่างดีนั้นโพ้นเลยไปจากขอบเขตของการศึกษานี้ ข้อแนะนำมากจนเกินไป เกี่ยวกับลักษณะท่าทางของกำลังอำนาจ และโครงสร้างหน่วยงานอยู่เหนือปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการวางแผนด้านกลาโหมในปัจจุบัน มิได้ชี้แจงไว้เพียงพอที่จะกล่าวได้ว่า แนวป้องกันด้านความมั่นคงของอเมริกันที่ขยายออกไปนั้น เทคโนโลยีใหม่และระบบอาวุธยุทโธปกรณ์อันรวมถึง การป้องกันอาวุธจรวดที่แข็งแกร่งประเภทแบบใหม่ ขององค์กรและแนวความคิดเชิงปฏิบัติการ ฐานทัพใหม่ และในลักษณะเดียวกันทั้งหมดนี้ จะไม่มีราคาถูก กระนั้นก็ตามในส่วนนี้จะพยายามจัดตั้งแนวทางอย่างกว้าง สำหรับระดับของการใช้จ่ายด้านกลาโหม ที่เพียงพอต่อการรักษาไว้ซึ่งความเป็นเลิศ ในหลายปีล่าสุดนี้ การวิเคราะห์ที่หลากหลายมาก เกี่ยวกับการจับคู่ที่ผิดระหว่าง คำของบประมาณด้านกลาโหมของคณะบริหารคลินตัน และโครงการของคลินตันนั้นไม่เพียงพอ และความต่างวางอยู่ในขนาดจำนวน ของงบประมาณที่ขาดแคลนและพิสัยจากประมาณ 26 พันล้านดอลล่าร์ต่อปี ถึง 100 พันล้านดอลล่าร์ ต่อปี ด้วยจำนวนที่สูงขึ้นอันแสดงถึงการวิเคราะห์ที่ต้องจริงจังมากขึ้น

ทิศทางในการใช้จ่ายด้านกลาโหม

เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี งบประมาณกลาโหมปี 2001 อาจสะท้อนการเพิ่มขึ้นพอประมาณอย่างแท้จริงในการใช้จ่ายด้านกลาโหมของ U.S. ทั้งความต้องการและจำนวนเงินงบประมาณ ด้านกลาโหมของประธานาธิบดีคลินตัน ที่บรรจุในมติการประชุมงบประมาณ จะหยุดการลดลงในงบประมาณด้านกลาโหม ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขยายขึ้นของ " และการจัดสรรของงบประมาณเกินดุลของสหพันธ์ของปัจจุบัน ผลิตผลของรายได้ภาษีที่เพิ่มขึ้น และการลดการใช้จ่ายด้านกลาโหม ได้ทำให้เกิดการขาดดุลย์ด้านกลาโหมอย่างรุนแรง รวมแล้วนับหมื่นล้านดอลล่าร์ต่อปี

สภาคองเกรสถือว่ามีส่วนในการลดลงของงบประมาณด้านกลาโหมนี้ ปีแรกของรัฐบาลคลินตัน สภาคองเกรสยินยอมการตัดลดที่จัดทำขึ้น โดยคณะรัฐบาลคลินตัน จากที่ได้วางแผนไว้จำนวนมากของแผนงานกลาโหมของบุชในปีสุดท้าย นับตั้งแต่พรรครีพับบลิกัน มีเสียงข้างมากควบคุมสภาคองเกรส ในปี 1994 มีการเพิ่มเติมจำนวนน้อยที่ได้ถูกจัดทำเสนอต่อ ความต้องการด้านกลาโหมของคณะรัฐบาล ยังไม่มีใครสามารถพลิกเปลี่ยนแบบแผน ของความเสื่อมถอยด้านกลาโหมกระทั่งจนปีนี้เอง แม้ว่าการเพิ่มขึ้นเหล่านี้ได้รับความสำเร็จ โดยการใช้กลไกงบประมาณซึ่งยินยอม ให้รัฐบาลกำจัดข้อจำกัดตามความตกลงว่าด้วยงบประมาณสมดุลย์ปี 1997

ด้วยกลไกงบประมาณทั้งหมด การใช้จ่ายด้านกลาโหมเกือบจะเรียบเสมออย่างสมบูรณ์ ทั้งที่จริง ผลรวมมีน้อยกว่าหนึ่งพันล้านดอลล่าร์ สำหรับสี่ปีที่ผ่านมา การลดลงอย่างสูงลิ่วในการใช้จ่ายด้านกลาโหม ได้รับผลสำเร็จห้วงระหว่างปีแรกๆ ของคณะรัฐบาลคลินตัน เมื่อระดับการใช้จ่ายด้านกลาโหมตกลงจากประมาณ 339 พันล้านดอลล่าร์ ในปี 1992 เป็น 227 พันล้านดอลล่าร์ ในปี 1996 ผลรวมสะสมของการใช้จ่ายด้านกลาโหม ที่ถูดลดทอนลงมากกว่าทศวรรษ หรือมากกว่ามีมากอย่างรุนแรง การศึกษาล่าสุดโดย Center for Strategic and International Studies, Avoiding the Defense Train Qreck in the New Millenium เปรียบเทียบแผนด้านกลาโหมในปีสุดท้ายของบุซ ครอบคลุมปี 1994 ถึง 1999 กับแผนด้านกลาโหมของคณะรัฐบาล คลินตัน และพบว่าการรวมกันของการเปลี่ยนแปลง งบประมาณและกิจกรรมภายในของเพนตากอน มีผลลัพธ์ต่อการปรับลดโดยรวม ในการใช้จ่ายด้ารกลาโหม 162 พันล้านดอลล่าร์จากแผนของบุซกับคลินตัน งบประมาณสภาคองเกรสเพิ่มขึ้นและความต้องการ (งบประมาณ) ที่ตั้งไว้เป็นพิเศษเพิ่มเติมได้เพิ่มกลับคืนราว 52 พันล้านดอลล่าร์ แต่การใช้จ่ายนั้นส่วนมากแล้ว ครอบคลุมค่าใช้จ่ายของปฏิบัติการเฉพาะกรณี และความพร้อมอื่นไม่ได้มีการจัดซื้อกลับคืนอาวุธที่ทันสมัยจำนวนมาก ที่ถูกผัดผ่อนมาแล้ว เปรียบเทียบกับงบประมาณยุคสมัยบุช รัฐบาลคลินตันปรับลดการใช้จ่ายในการจัดหา (อาวุธ) โดยเฉลี่ย 40 พันล้านดอลลาร์ ต่อปี ห้วงระหว่างปี 1993 ถึงปี 2000 ได้เลื่อนการจัดหาซึ่งเรียกว่าเป็นคลื่นม้วนโค้งกลับของการจัดหาอันมีชื่อเสียงที่ไม่ดีนัก มากกว่าสองเท่าจากระดับก่อนหน้านี้ เป็น 426 พันล้านดอลลาร์อ้างตามรายงาน

รายงาน CSIS เป็นรายงานล่าสุดในชุดของรายงานที่เป็นมาตรวัด ขนาดของการจับคู่ที่ผิดระหว่าง แผนด้านกลาโหมระยะยาวกับงบประมาณในปัจจุบัน สำนักงานงบประมาณสภาคองเกรสประมาณการล่าสุด เกี่ยวกับการจับคู่ที่ผิด โดยรวมมีอย่างน้อย 90 พันล้านดอลลาร์ แม้แต่วารสาร Quadrennial Defense Review 1997 ยินยอมให้ลดลงได้ 12-15 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ปัจจุบันนี้ The Joint Chiefs of Staff ตามรายงานข่าวได้เน้นย้ำให้เพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหม 30 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ในปี 1997 The Center for Strategic and Budgetary Assesments ได้คำนวนการลดลงโดยรวมไว้ประมาณ 26 พันล้านดอลลาร์และได้เพิ่มในปัจจุบันรวมเป็น 50 พันล้านดอลลาร์ Michael O'Hanlon นักวิเคราะห์ของสถาบันบรุกกิ้งส์ (the Brookings Institution) ตรึงช่องห่างนั้นไว้ที่ 27 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย

บางทีแล้วที่สำคัญมากกว่าคำถาม ของการประมาณการที่คาดคำนวนได้ดีที่สุดถึงจำนวนของการลดลงด้านกลาโหมในปัจจุบัน คือ คำถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอะไรที่ไม่ได้ถูกยึดจับไว้ได้ การประมาณการทั้งหมดเหล่านี้ วัดช่องห่างระหว่างแผนและโครงการด้านกลาโหม ในปัจจุบันกับงบประมาณ พวกเขามิได้มีการยินยอมสำหรับภารกิจใหม่ และความจำเป็นของโลกยุคหลังสงครามเย็น พวกเขามิได้ยึดจับค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการป้องกันจรวดที่มีประสิทธิภาพ พวกเขามิได้ชี้แจงสำหรับค่าใช้จ่ายของภารกิจการเป็นตำรวจโลก พวกเขามิได้พิจารณาค่าใช้จ่ายของการแปลงเปลี่ยน กระทั่งไม่ตั้งคำนวนค่าใช้จ่ายของข้อแนะนำอื่นของรายงานนี้ อย่างเช่น การเพิ่มความแข็งแกร่ง การกำหนดโครงรูปขึ้นใหม่ และการกำหนดตำแหน่งขึ้นใหม่ของกองกำลังปัจจุบัน

อันที่จริง หนทางที่ดีที่สุดในการวัดการใช้จ่าย ด้านกลาโหมมากกว่าระยะเวลาที่นานกว่า คือ ตามสัดส่วนของความมั่งคั่งของชาติ และงบประมาณของสหพันธ์ (รัฐบาลกลาง) โดยการวัดเหล่านี้งบประมาณกลาโหมได้ลดลงต่อเนื่อง แม้ว่าเมื่อยามที่อเมริกัน ได้กลายมามั่งคั่งเฟื่องฟูในหลายปีนี้ งบประมาณด้านกลาโหมปัจจุบันรวมแล้วน้อยกว่า 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน (GDP) ระดับที่ต่ำสุดของการใช้จ่ายด้านกลาโหมของ U.S. นับตั้งแต่ยุคตกต่ำ ( The Depression) งบประมาณกลาโหมคิดเป็น 15% ของการใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง มากกว่าดอกเบี้ยหนี้สินเพียงเล็กน้อย และน้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนการใช้จ่ายด้านความมั่นคงทางสังคม สาธารณสุขและโครงการอื่น ซึ่งคิดเป็น 54% ของการใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง เมื่องบประมาณรวมของรัฐบาลกลาง ได้เคลื่อนจากติดลบเป็นเกินดุลย์ และทรัพย์สมบัติจำนวนมากสามารถที่จะนำไปใช้ได้ ไม่มีความพยายามอย่างจริงจัง หรืออย่างไม่ลดละในการลงทุนกองกำลังติดอาวุธของ U.S. ขึ้นใหม่

เป็นความยุ่งยากเท่าที่ทิศทางของทศวรรษที่แล้วได้เป็นมา ไม่เหมาะสมเท่าที่งบประมาณในปัจจุบันเป็นอยู่ อนาคตในระยะที่ยาวกว่าเป็นเรื่องที่ยังคงยุ่งยากมากกว่า ถ้าระดับการใช้จ่ายปัจจุบันยังคงถูกตรึงรักษาไว้ โดยทิศทางบางประการ จำนวนรวมของการลดลงของกลาโหมจะเกือบใหญ่เท่ากับงบประมาณด้านกลาโหมในปี 2020 2.3% เทียบกับ 2.4 % ของ GDP โดยเฉพาะการใช้จ่ายเพื่อปรับให้ทันสมัยเลื่อนหล่นมากขึ้นอยู่ข้างหลังความต้องการ คลื่นม้วนโค้งของการจัดหาจะแตะสัดส่วน tsunami ratio ตามคำกล่าวของ CSIS โดยการเตะกระป๋องกลิ้งไปตามถนนอย่างต่อเนื่อง กระทรวงกลาโหมจะโดยผลที่เกิดขึ้นได้สร้างสถานการณ์ซึ่งต้องการ 4.4 ล้านล้านดอลลาร์ในการจัดหา จากปี 2006 ล่วงผ่านถึง 2020 เพื่อรักษาไว้ซึ่งกำลังอำนาจในปัจจุบัน

ภายหลักจากปี 2010 ดูเหมือนว่าอีกระยะไกล แต่ภายในขอบเขตแผนงานด้านกลาโหมตามจารีต โฉมหน้าสำหรับการใช้จ่ายด้านการทหารที่เพิ่มขึ้น ภายใต้แผนปัจจุบันได้กลายมาเป็นเรื่องที่น่าสงสัยมากขึ้น ในทศวรรษที่กำลังมาถึง เครือข่ายของโครงการด้านสังคม โดยเฉพาะความมั่นคงทางสังคม จะก่อให้เกิดการเบียดแทรกมากขึ้นในโครงการการใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง ถ้างบประมาณกลาโหมยังคงอยู่ ณ ที่ระดับที่กำหนดไว้ ความเป็นเลิศทางทหารในระดับโลกของอเมริกาจะเป็นไปไม่ได้สำหรับการธำรงรักษาไว้ เมื่อระเบียบโลกจะถูกทำให้ปลอดภัยมั่นคงได้โดยความเป็นเลิศนั้น


หน้าที่ 1 2