thaiindy.org home    about us    contact us    login  

หน้าหลัก
ประเทศไทย
ต่อต้านเสรีนิยมใหม่
สิ่งแวดล้อม
สันติภาพ
รัฐก่อการร้าย
สงครามอิรัก
ภูมิภาค

ภูมิภาค
เหตุการณ์ทั่วไป
เอเซียใต้
เอเซียตะวันออก
เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ยุโรป
สหรัฐ
อัฟริกา
อัฟกานิสถาน
อิหร่าน
ลาติน อเมริกา
ตะวันออกกลาง
ปาเลสไตน์
พม่า

thaiindy banner
thaiindy > อิหร่าน > อิหร่าน > รายการ หน้าที่ 1

อิหร่านจะเป็นรายต่อไปหรือไม่?

Mark Gaffney , informationclearinghouse.info, 5 สิงหาคม 2546 : ผู้ชม 1179

พวกที่หวังว่าชัยชนะของกองทัพสหรัฐในอิรัก จะนำไปสู่สันติภาพของโลกมาก กำลังถูกปลุกอย่างหยาบคาย บทสรุปของสงครามนี้และการยึดครองอิรักของสหรัฐ เหมือนกับไม่สิ้นสุด นอกจากนี้ยังเป็นการโหมโรง เพื่อสร้างความสำเร็จของวิกฤตในอนาคต ใน แคชเมียร์ ซีเรีย เกาหลีเหนือ และอิหร่าน บทความนี้จะเน้นหนักที่อิหร่านตามชื่อบทความ

หน้าที่ 1

ในเดือนที่ผ่านมา สหรัฐและอิสราเอล กำลังติดตามโครงการโรงงานไฟฟ้าปรมาณูของอิหร่าน หรือเข้าสู่ขั้นตอนป้องกัน ด้วยการจับตาโรงงานไฟฟ้าปรมาณูรูของอิหร่านที่ Bushehr ( รายงานข่าว Iran's nuclear power plant at Bushehr ) บนชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เตาปฏิกรณ์มีกำหนดเสร็จในปลายปีนี้ จากนั้นจะมีการจัดส่งแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าสามารถเดินเครื่องได้เต็มที่ ในเดือนมิถุนายน 2547 โครงการที่มีความขัดแย้งนี้ได้มีการทำมามากกว่า 1 ใน 4 ของศตวรรษ เมื่อโรงงานนี้ใกล้เสร็จ ความตึงเคียดระหว่างอิหร่าน กับสหรัฐและอิสราเอลได้เพิ่มสูงขึ้น อิหร่านได้ลงนามในสนธิสัญญา Nonproliferation Treaty (NPT) ซึ่งได้ยืนยันสิทธิของรัฐในจุดยืนที่ถูกต้อง ในการพัฒนาพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ถึงแม้ว่าไม่มีหลักฐานว่าอิหร่าน ได้ละเมิดสนธิสัญญา NPT แต่สหรัฐและอสราเอลเชื่อว่า อิหร่านกำลังมุ่งไปสู่อาวุธนิวเคลียร์ นี่เป็นปัญหาสำคัญ และจากการค้นพบโรงงานไฟฟ้าปรมาณูอีก 2 แห่ง เมื่อเร็วๆนี้ ที่ Arak และ Natanz ( รายงานข่าว) ทำให้มีข้อสงสัยมากขึ้น

ความเป็นไปได้ว่า สหรัฐในความร่วมมือกับอิสราเอล จะทำการจู่โจมและทำลายเชิง "ป้องกัน" กับเตาปฏิกรณ์ที่ Bushehr ก่อนการเดินเครื่อง ในการจู่โจมเช่นนี้จะเป็นชะตากรรมของภูมิภาคและโลก นี่เป็นการเปลี่ยนไปสู่อีกสงคราม ในตะวันออกกลาง และเป็นไปได้ในการเผชิญหน้ากับรัสเซีย ด้วยผลกระทบที่ยากในการคาดคะเน สงครามกับอิหร่านอาจจะนำไปสู่ การล่มสลายของสนธิสัญญา NPT นำไปสู่การแข่งขันสะสมอาวุธครั้งใหม่ และทำให้โลกตกอยู่ใน ภาวะปั่นป่วนของนิวเคลียร์ วิกฤติการณ์เช่นนี้มีศักยภาพ ในการนำไปสู่การแพร่ขยายของปรมาณู บทความนี้จะทบทวนเบื้องหลัง และให้การวิเคราะห์ โดยเริ่มจากการอภิปรายถึงเตาปฏิกรณ์ที่ Bushehr ก่อน จากนั้นจึงไปสู่โรงงานที่สงสัยอื่นๆ

เตาปฏิกรณ์ที่ Bushehr

โรงงานไฟฟ้าปรมาณู Bushehr มีประวัติยาวนาน โครงการนี้เริ่มต้นเมื่อปี 1974 โดย Shah Muhammad Reza Pahlavi แผนงานดั้งเดิมเป็นการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์ขนาด 1200 - 1300 เมกกะวัตต์ทางชายฝั่งทะเลทางใต้ ผู้รับเหมา คือ บริษัท Siemens ที่มีชื่อเสียงของเยอรมัน เมื่อเกิดการปฏิวัติอิหร่านในปี 1979 โครงการได้เสร็จสิ้นไปประมาณ 85% และงานได้หยุดชะงักลง ช่วงระหว่างสงครามกับอิรัก เตาปฏิกรณ์ที่สร้างไม่เสร็จนี้ ได้ถูกทิ้งระเบิดซ้ำ และเสียหายอย่างรุนแรง หลังจากสงครามยุติอิหร่านได้พยายามเรียกบริษัท Siemens มาทำการก่อสร้างให้เสร็จสิ้น แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากสหรัฐได้ขัดขวางและกดดัน อย่างรุนแรงต่อรัฐบาลเยอรมัน

สหรัฐสนับสนุนระบอบปกครองเผด็จการ Shah ทำให้ไม่ได้รับความไว้วางใจ จากการปฏิวัติอิสลาม 1979 เมื่อนักศึกษาหัวรุนแรงจากการสนับสนุนโดย Ayatollah Khomeini ยึดสถานทูตสหรัฐและจับนักการทูต เป็นตัวประกันนาน 444 วัน ผลลัพธ์ทำให้ความสัมพันธ์ ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านแตกหัก สงครามอิหร่านกับอิรักระหว่างปี 1981 - 1988 สหรัฐสนับสนุน Saddam Hussein ผู้ต่อต้านการปฏิวัติ ชีอะ และเพิ่งเป็น ฮิตเลอร์ ในหลายปีก่อนหน้านี้ ได้ทำความผิดพลาดในทางตะวันตก ในการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ โซเวียต อย่างไรก็ตาม สหรัฐส่งอาวุธให้ทั้ง 2 ฝ่าย นโยบายสหรัฐระหว่างสงคราม คือ ให้ต่างฝ่ายทำลายกันเอง นโยบายนี้ไม่มีเกียรติกับชาติคริสเตียน

เมื่อเริ่มสมัยของประธานาธิบดี Bush มีสัญญาณว่าความสัมพันธ์กับ Tehran อาจจะดีขึ้น ประโยคในทางบวกของรัฐมนตรีต่างประเทศ Colin Powell ได้รับการตอบรับจาก รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน Kamal Kharrazi ต่อมาจากคำพูด "อักษะแห่งความชั่วร้าย" ซึ่งได้ทำลายความหวังทั้งหมด นโยบายสหรัฐปัจจุบันได้ตกอยู่ภายใต้ สายเหยี่ยวในกระทรวงกลาโหม และผู้สนับสนุนนายกรัฐมนตรีอิสราเอล Ariel Sharon ในรัฐบาลบุช เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว (2545) Sharon เรียกร้องให้สหรัฐเปลี่ยนแปลงการปกครองใน Tehran หลังเริ่มมีปฏิบัติการกับอิรัก (Mansour Farhang, "A Triangle of Realpolitik" , The Nation, 17 มีนาคม, 2546) และประโยคคล้ายกันนี้ได้รับการพูด โดยนักวิจารณ์ข่าวฝ่ายขวาในสำนักข่าวสหรัฐ

สหรัฐได้ขัดขวางความพยายามของอิหร่าน ในการเรียกผู้รับเหมามาสร้างเตาปฏิกรณ์ให้เสร็จสิ้น จนกระทั่งปี 1995 หลังจาก 10 ปีของการจัดซื้อ อิหร่านได้ลงนามสัญญามูลค่า 800 ล้านเหรียญกับ Victor Mikhailov หัวหน้า Minatom ซึ่ง คือ รัฐมนตรีพลังงานปรมาณูรัสเซีย รัสเซียตกลงในการสร้างเตาปฏิกรณ์ - 1 และได้ทำงานที่โรงงานตั้งแต่นั้นมา โครงการพบปัญหาทางเทคนิคและล่าช้า วิศวกรรัสเซียถูกบังคับให้ ปรับปรุงการออกแบบเดิมของเยอรมัน แต่ปัญหาทั้งหมดได้ปรากฏออกมา เตาปฏิกรณ์ - 1 ได้ลดขนาดลงเล็กน้อยเป็น 1000 เมกกะวัตต์ และกำลังใกล้เสร็จสมบูรณ์ โดยจะสามารถเดินเครื่องได้ ในเดือนธันวาคม 2546 แต่เตาปฏิกรณ์ - 1 เป็นเพียงการเริ่มต้น อิหร่านมีแผนเพิ่มเตาปฏิกรณ์ขนาด 1000 เมกกะวัตต์อีก 5 ชุด อิหร่นได้รับเทคโนโลยีนิวเคลียร์จาก จีน รัสเซีย และชาติอื่นๆอีกหลายชาติ แต่รัสเซียเป็นผู้ส่งมอบหลักตั้งแต่กลางทศวรรษ 1990

รัสเซียถูกต่อต้านจากความกดดัน ของสหรัฐให้ยกเลิกโครงการ รัสเซียต้องการเงิน โดยเฉพาะเงินตราต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งของ Minatom อ้างว่า โครงการนี้ได้งานให้ชาวรัสเซีย 20,000 คนตามสัญญาที่มีมากขึ้น รัสเซียมุ่งไปสู่การขยาย ความสัมพันธ์ด้านนิวเคลียร์ และปฏิเสธคำเรียกร้องของสหรัฐ รัสเซียให้ความเคารพอย่างชัดเจนกับการค้ากับอิหร่าน ในฐานะชาติที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี

รัสเซียปฏิเสธความต้องการของสหรัฐสำหรับการตรวจสอบพิเศษ รัสเซียชี้ว่าเตาปฏิกรณ์จะได้รับการตรวจสอบ จากสำนักงานพลังงานปรมาณูนานาชาติ (International Atomic Energy Agency หรือ IAEA) IAEA เยี่ยม Bushehr และสถานที่สงสัยอื่นหลังจากสงครามอ่าวครั้งแรก และล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2546 ด้วยรายงานว่าไม่มีการละเมิด แต่ Washington ยังไม่ยอมรับ ขณะที่ IAEA ต้องการตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวกด้านปรมาณูของ อิหร่าน แต่อิหร่านปฏิเสธ ดังนั้น ในการยอมรับตามมาตรการป้องกันที่แนะนำเมื่อ 1993 ทำให้ผลลัพธ์ที่ผ่านมาล้มเหลว กฎระเบียบที่เข้มงวด คือ "ความสามารถในการตรวจจับอิรักในอนาคต" ตามคำกล่าวของ Khidhir Hamza อดีตนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์อิรัก การปฏิเสธของอิหร่านได้ทำลายความเชื่อถือลง (Khidhir Hamza, "Inside Saddam's secret nuclear program," Bulletin of the Atomic Scientists, September/October 1998)

รัสเซียเห็นด้วยกับการตัด วัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ของข้อตกลง ในการถ่ายทอดเทคโนโลยี gas centrifuge เตาปฏิกรณ์ light water จะใช้เชื้อเพลิง low enriched uranium (LEU) ที่การส่งมอบโดยรัสเซีย เชื้อเพลิง LEU ไม่เหมาะสมกับการสร้างระเบิด Moscow มีอีกข้อเสนอ คือ เห็นด้วยในการส่งคืนเตาปฏิกรณ์ไปเก็บไว้ในรัสเซีย นี่จะเป็นการลดความเสี่ยง ของแพร่กระจายพลูโตเนียม โดยรัฐบาลรัสเซียต้องแก้ไขกฎหมายปัจจุบัน ให้ยินยอมกับข้อเสนอ (Christine Kucia, "Russia, Iran Finalize Spent Fuel Agreement," Arms Control Today, January/February 2003)

หลังจากล้มเหลวในการกีดกันอย่างเปิดเผย ประธานาธิบดี Clinton ได้เปลี่ยนเป็นการแทรกแซงอิหร่าน ด้วยการป้องกันการซื้อเทคโนโลยี dual-use การเคลื่อนไหวจัดหาของอิหร่านถูกติดตามจาก Washington สหรัฐได้โน้มน้าวรัฐบาลอื่นๆ เพื่อร่วมการแทรกแซง แต่ความสำเร็จจำกัดมาก เยอรมันและฝรั่งเศสไม่พอใจกับนโยบายนี้ รัฐบาลอิหร่านได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาในการแพร่กระจาย อิหร่านได้ทำการประท้วงการปฏิบัติของสหรัฐ ซึ่งละเมิดสิทธิของเขาภายใต้มาตรา 5 ของสนธิสัญญา Nonproliferation Treaty (NPT) เพื่อการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าจากปรมาณู ในการใช้อย่างสันติ ในปี 1995 ประธานาธิบดีอิหร่าน Ali Akbar Hashemi Rafsanjani บอกกับสำนักข่าว ABC ว่าอิหร่านไม่ได้แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ Rafsanjani ท้าทายผู้วิจารณ์ให้เสนอ หลักฐานโครงการระเบิดลับ จนกระทั่งเดือนธันวาคม 2545 ประธานาธิบดีอิหร่าน Mohammad Khatami ระบุว่าประเทศของเขามีความมุ่งหวัง ในการเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิง ไปยังรัสเซียเพื่อแสดงความเชื่อมั่นที่ดี และสาธิตว่าประเทศของเขาไม่มีความมุ่งมั่น ในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เจ้าหนาที่อิหร่านเน้นหนักว่า เตาปฏิกรณ์ Bushehr เป็นความจำเป็นเร่งด่วนในเสริมความขาดแคลนกำลังการผลิตไฟฟ้า อิหร่านเหมือนกับประเทศอื่น ที่ต้องการไฟฟ้าสำหรับการพัฒนา

อิสราเอลและสหรัฐไม่ได้ระงับโทสะ เจ้าหน้าที่อิสราเอลตั้งคำถามว่า ทำไมอิหร่าน ซึ่งมีน้ำมันอย่างเหลือเฟือ จึงต้องการเตาปฏิกรณ์ในการผลิตไฟฟ้า และคำแถลงเร็วนี้ของรัฐมนตรีต่างประเทศ Colin Powell สะท้อนในทำนองเดียวกัน ประเด็นที่เกิดขึ้น ผู้นำอิหร่านรายงานแย่มาก ถ้าพวกเขาเชื่อว่า พลังงานนิวเคลียร์เป็นคำตอบในระยะยาว สำหรับความจำเป็นของเขา พลังงานนิวเคลียร์ไม่มีความเหมาะสมกับอิหร่าน ด้วยเหตุผลเดียวกันว่า ไม่มีความเหมาะสมกับรัฐใดๆ รวมถึงสหรัฐ ทั้งนี้รวมถึงความเสี่ยงของอุบัติเหตุ และการก่อการร้าย ปัญหาการจำกัดกากนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตามเชื้อเพลิงปรมาณูสามารถดัดแปลง สำหรับกระบวนการใหม่และการสร้างระเบิด อิหร่านจำเป็นต้องเข้าใจว่าความเบี่ยงเบนเช่นนี้จะนำไปสู่การคุกคาม

ข่าวในหมวดเดียวกัน

19 ก.ค. สหประชาชาติ ไม่พบ enriched uranium ในอิหร่าน
อิหร่านพูดว่า ความกดดันของสหรัฐต่อ Nukes จะย้อนกลับ
2 มิ.ย. อิหร่าน เริ่มต้นนับถอยหลัง
24 พ.ค. สหรัฐเสนอนโยบายเปลี่ยน ระบบการปกครอง ของอิหร่าน
8 พ.ค. สหรัฐผลักดันสหประชาชาติ ให้มีการกระทำกับอิหร่าน


ข่าวล่าสุด
> สหรัฐยังกดดันจีนไม่สำเร็จทั้งในข้อพิพาททางดินแดนในทะเลจีนใต้และปัญหาการเมืองในฮ่องกง
> จีนไม่ร่วมมือกับอนุญาโตตุลาการ หลังฟิลิปปินส์ร้องเรียนให้ไต่สวนจีนกรณีการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนในทะเลจีนใต้
> สหรัฐและจีนแสดงจุดยืนที่ต่างกันอีกครั้งหนึ่งเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเขตแดนในทะเลจีนใต้
> รายงานเรื่องคุกลับของ CIA ที่วุฒิสภาสหรัฐเผยแพร่ออกมา ระบุมีคุกลับในไทย
> ทูตอังกฤษบอก กระบวนการปฏิรูปของไทยจำเป็นต้องเคารพหลักสิทธิมนุษยชน
> ประธานาธิบดีโอบาม่าเปิดใจให้ความเห็นเกี่ยวกับผู้นำของจีนกับรัสเซียอย่างตรงไปตรงมา
> แรงกระเพื่อมจากการประท้วงในเมืองเฟอร์กูสันกำลังลุกลามไปหลายเมืองทั่วสหรัฐ
> กลุ่มสิทธิมนุษยชนตำหนิไทยกรณีปัตตานี
> ผู้กำกับ The Hunger Games ประหลาดใจชูสามนิ้วผิดกฎหมาย
> สื่อต่างชาติกับเสรีภาพในไทย หลังการชูสามนิ้วต่อต้านรัฐประหาร

   

thaiindy.org: about us privacy contact us