www.thaiindy.org

กำแพงแบ่งแยกเชื้อชาติ "โครงการที่ 1"

ที่มา www.stopthewall.org

 

เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2546 เพียง 1 ปีหลังจากเริ่มการก่อสร้าง กองทัพอิสราเอลประกาศว่า กำแพง "โครงการที่ 1" สร้างเสร็จแล้ว 145 กิโลเมตร ในตำบล Jenin, Tulkarem และ Qalqiliya ทางด้านเหนือของเวสต์แบงก์ ถึงแม้ว่ามีการประกาศว่า "เสร็จ" แล้ว แต่ความจริงแตกต่างอย่างผิดปกติ การทำลายที่ทำกิน บ้านเรือน และตลาดยังคงดำเนินต่อไปในพื้นที่นี้ทุกวัน การทำลายล้างขนาดใหญ่กับประชาชนที่อาศัยอยู่ ท่ามกลางการริบที่ดิน และทรัพยากรในกำแพง "โครงการที่ 1" ได้เน้นให้เห็น วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของกำแพง คือ การฉกฉวยแผ่นดินด้วยการขับไล่ชาวปาเลสไตน์จากบ้านและที่ดินของพวกเขา ผู้อยู่อาศัยถูกบังคับให้แสวงหาการประทังชีวิตในทุกหนแห่ง เคราะห์กรรมของผู้ลี้ภัยกลายเป็นความจริง ซึ่งครอบครัวมากขึ้นและมากขึ้นเริ่มต้นเผชิญ

ข้อมูลต่อไปนี้อ้างอิงเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นใน "โครงการที่ 1" ทางเหนือ

ภาพรวม

  • ประชาชนมากกว่า 200,000 คนอาศัยอยู่ในพื้นที่รอบกำแพงในตำบล Jenin, Tulkarem และ Qalqiliya ได้รับผลกระทบจากกำแพง
  • เมือง Qalqiliya ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงอย่างสมบูรณ์ Tulkarem ด้านหนึ่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยกำแพง และอีกด้านโดย "แนวสิ่งกีดขวางสำหรับการตัดขาด" (ส่วนขยายของกำแพงสร้างความแน่นอนในการตัดขาดสมบูรณ์ หรือเขตปิดล้อม) และหมู่บ้าน 18 แห่งถูกล้อม 3 ด้านโดยกำแพง
  • ในจุดต่างๆ กำแพงได้รับการสร้างยาว 6 กิโลเมตรภายในเวสต์แบงก์ ตัดความกว้างของเวสต์แบงก์ออก 1 ใน 10
  • ประชาชน 11,500 คน จาก 16 หมู่บ้าน ตั้งอยู่ระหว่างกำแพงกับเส้นเขียว 1967 ในพื้นที่ยึดครอง ซึ่งเดี๋ยวนี้อิสราเอลพิจารณาเป็น "เขตทหารปิด"
  • นิคมชาวยิวผิดกฎหมาย 10 แห่งได้เข้ายึดครอง
  • ที่ดินอุดมสมบูรณ์ส่วนใหญ่ของหมู่บ้าน 50 แห่ง ถูกแบ่งแยกและตัดขาดจากชุมชน

การปล้นแผ่นดินและการทำลาย

  • ที่ดิน 121,455 ดูนัม * (dunum) หรือ ร้อยละ 2 ของเวสต์แบงก์ถูกยึดครองใน "โครงการที่ 1" ของกำแพงภายใต้การประกาศฝ่ายเดียวของอิสราเอลให้เป็น "เขตความมั่นคง"
  • ที่ดิน 14,680 ดูนัม ถูกทำลายสำหรับฐานของกำแพง รวมถึงการโค่นต้นไม้ 102,320 ต้น
  • ชุมชน 51 แห่งบนแนวกำแพง มีรายงานว่าผู้อยู่อาศัยไม่สามารถเข้าถึงที่ดิน 25 แห่ง เข้าถึงได้อย่างจำกัด 4 แห่ง และ 13 แห่งยังคงเข้าถึงได้
  • ประชาชนประมาณ 20,000 คน ใน 3,175 ครอบครัว จะอยู่ทางตะวันออกของกำแพง แต่ที่ทำกินอยู่ทางตะวันตก ทำให้สูญเสียสภาพการดำรงชีพและมรดกของพวกเขา
  • สัตว์เลี้ยงกินหญ้า 10,000 ตัว จะไม่สามารถเข้าถึงทุ่งหญ้า
  • อุตสาหกรรมค้าไม้ผิดกฎหมายได้รับการตั้งขึ้น ขณะที่คนขับรถแทรกเตอร์และบริษัทก่อสร้างร่วมมือกันโค่นต้นไม้ ภายใต้การอ้างสิทธิของกำแพงเพื่อขายไม้ในตลาดอิสราเอล
กรณีศึกษา: Jayous หมู่บ้านเล็กๆในตำบล Qalqiliya ที่มีประชากร 3,000 คน ที่ดินร้อยละ 72 ถูกตัดขาดจากชาวนา ประมาณ 8,600 ดูนัม และบ่อน้ำผิวดิน 7 บ่อ ครัวเรือนอย่างน้อย 300 ครอบครัวสูญเสียแหล่งรายได้

การทำลายล้างขนาดใหญ่

  • จนถึงวันนี้ อาคาร 218 หลังในหมู่บ้าน Nazlat 'Isa ถูกรื้อถอน ส่วนใหญ่เป็นร้านค้า แหล่งรายได้ และการอยู่รอดของชุมชน บ้าน 5 หลังถูกรื้อถอนสำหรับกำแพง
  • อย่างน้อย ร้านค้า 75 ร้าน โรงงาน 20 โรง บ้าน 20 หลัง และโรงเรียนประถม 1 แห่ง ถูกรื้อถอนเพื่อการขยายในอนาคตอันใกล้
กรณีศึกษา: Nazlat 'Isa ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกำแพงกับเส้นเขียว 1967 เป็นการทำลายตลาดการค้าสำหรับการสร้างกำแพง "แนวกีดขวางสำหรับการตัดขาด" ทางตะวันตกของกำแพงกำลังสร้างขึ้นในพื้นที่นี้ และด้านบนของหมู่บ้านจะเป็น "ทางหลวงทรานส์-อิสราเอล" ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายถนนของอิสราเอลและนิคมชาวยิว นอกจากนี้ มีการชะลอการรื้อถอนบ้าน 16 หลัง แต่นัยยะสำคัญ คือ หมู่บ้านและโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจถูกทำลาย Nazlat 'Isa อาจจะเป็นหมู่บ้านแห่งแรกที่ถูกทำลายบนแนวกำแพง
  • กำแพงใกล้กับหมู่บ้านจำนวนหนึ่ง ซึ่งกองทัพอิสราเอลบอกว่า มีความอ่อนไหวกับกำแพงจะแปลความได้ว่าชุมชนส่วนใหญ่ของพวกเขาจะถูกรื้อถอน
กรณีศึกษา: Azzun Atma หมู่บ้านที่มีผู้อยู่อาศัย 1,500 คน ถูกล้อม 3 ด้านจากกำแพงที่มีถนนลัดของอิสราเอลตัดผ่านที่ดินและตัดขาดผู้อยู่อาศัย 70 คน กำแพงได้นำมาถึงการหยุดคำสั่งก่อสร้าง หรือทำลายบ้าน 24 หลังในหมู่บ้าน

ทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐาน และการดำรงชีพ

  • Western Aquifer แหล่งน้ำจืดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคต่อจากแม่น้ำจอแดน ตั้งอยู่ภายในตำบล Jenin, Tulkarem และ Qalqiliya ซึ่งได้รับการนำไปใช้ในพื้นที่การเกษตรในเวสต์แบงก์ ตามรายงานของธนาคารโลก ปี 2543 กล่าวว่า 3 พื้นที่นี้มีสัดส่วนผลผลิตทางการเกษตรเป็นร้อยละ 45 ของเวสต์แบงก์
  • หมู่บ้านจำนวนมากสูญเสียแหล่งน้ำของตัวเอง
  • บ่อน้ำผิวดิน 36 บ่อและถังน้ำ 200 ถังถูกตัดขาดจากโดยกำแพง และขู่ว่าจะทำลายอีก 14 บ่อใน "เขตรอยต่อ" ของกำแพง
  • การตัดบ่อน้ำ 55 บ่อ ซึ่งจะทำให้สูญเสียทั้งหมดหรือเข้าถึงและควบคุมได้ยากมากกับน้ำปริมาณ 6.7 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่สามารถตอบสนองความต้องการสำหรับการเกษตรและการใช้ในครัวเรือนของประชากร 122,000 คน
  • นอกเหนือจากภูมิประเทศของน้ำผิวดินกับกำแพงแล้ว อิสราเอลใช้รถแทรคเตอร์ทำลายท่อน้ำ 35,000 เมตร บ่อน้ำ 25 บ่อ และถังน้ำ ซึ่งใช้สำหรับการเกษตรและครัวเรือน
  • ชุมชน 51 แห่งบนแนวกำแพง เกือบร้อยละ 50 จะไม่สามารถเข้าถึงการใช้น้ำชลประทานกับที่ดินของพวกเขาบนอีกฟากของกำแพง
  • การยึดที่ดิน ทำลาย และจำกัดการเคลื่อนย้าย จะหมายถึง การสูญเสียงาน 6,500 ตำแหน่ง
กรณีศึกษา การว่างงาน: จากการปิดล้อมและกำแพงล้อมชุมชนในตำบล Tulkarem กีดกันผู้อยู่อาศัยจากการเดินทางสำหรับการจ้างงาน ซึ่งเป็นสาเหตุให้อัตราว่างงานพุ่งจาก ร้อยละ 18 ในปี 2543 เป็นร้อยละ 78 ในฤดูใบไม้ผลิ ปี 2546
 
กรณีศึกษา การศึกษา: ในตำบล Tulkarem ครูประมาณ 650 คนจาก 1,964 คน กำลังเผชิญความลำบากในการไปถึงชั้นเรียน เนื่องจากกำแพง (ข้อมูลธนาคารโลก) นักเรียนใน Ad Dab'a จะถูกกีดกันในการไปโรงเรียนมัธยมของพวกเขาที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียง และตัดขาดโดยกำแพงในขณะนี้
 
กรณีศึกษา: เนื่องจากกำแพงได้จำคุก Qalqiliya โดยสมบูรณ์ เกือบร้อยละ 10 ของผู้อยู่อาศัย 42,000 คน ถูกบังคับให้ทิ้งบ้านของพวกเขาในเมืองเพื่อแสวงหาสิ่งดำรงชีพและการจ้างงานในทุกหนแห่ง

แนวกำแพง "โครงการที่ 1"

* 1 ดูนัม = 1/4 เอเคอร์ หรือ 1 ดูนัม = 1,000 ตารางเมตร